วันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เอกสารประกอบการเรียน Unit 2 You Have To Do It!

การใช้ has to / have to + Verb
 Use have to to express necessity. Use dont / doesnt have to to express lack of necessity.
(ใช้ have to แสดงความจำเป็นต้องทำและ ใช้ dont / doesnt have to เพื่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ)
 ·       Uses have to For the Present, Past and Future (การใช้ have to เพื่อบอกสิ่งที่ต้องทำ/ไม่ต้องทำ ในปัจจุบันอดีต และในอนาคต)

Affirmative (ประโยคบอกเล่า)
Negative (ประโยคปฏิเสธ)
Present
Present
I have to go to the dentist today.
ฉันต้องไปหาหมอวันนี้ ,วันนี้ฉันต้องไปหาหมอ
He has to clean the kitchen.
เขาต้องทำความสะอาดครัว
She has to clean the room.
หล่อนต้องทำความสะอาดห้อง

I dont have to go to the dentist today.
ฉันไม่ต้องไปหาหมอฟันวันนี้, วันนี้ฉันไม่ต้องไปหาหมอฟัน
He doesnt have to clean the kitchen.
เขาไม่ต้องทำความสะอาดครัว
She doesnt have to clean the room.
หล่อนไม่ต้องทำความสะอาดห้อง
Future
Future
I have to do the laundry tomorrow.
ฉันต้องซักเสื้อผ้าพรุ่งนี้, พรุ่งนี้ฉันต้องซักเสื้อผ้า
I dont have to do the laundry tomorrow.
ฉันไม่ต้องซักเสื้อผ้าพรุ่งนี้, พรุ่งนี้ฉันไม่ต้องซักเสื้อผ้า
Past
Past
I had to go to the dentist yesterday.
ฉันต้องไปหาหมอฟันเมื่อวานนี้
I didnt have to go to the dentist yesterday.
ฉันไม่ต้องไปหาหมอฟันเมื่อวานนี้

หมายเหตุ: Uses have to For the Past or Future (การใช้ have to เพื่อบอกสิ่งที่ต้อง/ไม่ต้องทำ ในอดีต) โดยใช้ Adverbs of Time คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลาในอดีต หรืออนาคต

ตัวอย่างการใช้ Has to / Have to + Verb
 1. have to พูดถึงความจำเป็นที่มาจากภายนอก บางทีอาจจะเพราะว่ากฎหมาย กฎระเบียบหรือเป็นข้อตกลง
Example:
You have to take off your shoes before going inside the temple.
                        (คุณต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในวัด)
2. have to ใช้กับกฎเกณฑ์หน้าที่และใช้กับพวกข้อบังคับ ที่ทำให้เราจำเป็นต้องทำ ตามกฎเกณฑ์ของสังคม
Example:
When you go to the theater you have to off your mobile” เวลาคุณเข้าไปดูหนังในโรงภายนตร์คุณต้องปิดมือถือ (บางครั้งคุณอาจจะลืมปิดหรือตั้งใจไมปิด มือถือ ซึ่งก็ไม่ได้ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย แต่ในทางกฎเกณฑ์ทางสังคมนั้นคุณต้องปิด ถือเป็นมารยาททางสังคม (มีสังคมเป็นตัวบังคับให้คุณต้องทำ)
3. have to ถ้าทำเป็นปฏิเสธหรือคำถามต้องใช้ Verb to do เข้าช่วย
Example:
You do not have to buy a new bicycle. คุณต้องซื้อจักรยานใหม่
Do you have to buy a new car? คุณต้องซื้อรถยนต์คันใหม่ใช่ไหม
I have to wear glasses for reading.  ฉันต้องใส่แว่นตาเพื่อการอ่าน
I have to sleep at 21.00. ฉันต้องนอนตอนสามทุ่ม
You dont have to tell Tom what happenedI can tell him myselfคุณต้องไม่บอกทอมว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันสามารถบอกเขาได้เอง
          สรุปได้ว่า have to ใช้เพื่อแสดงความจำเป็น (necessity) ในการ กระทำสิ่งหนึ่งๆ หากสถานการณ์เป็นตัวทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องทำสิ่งนั้นอาทิ มีกฎข้อบังคับให้ปฏิบัติ (the situation makes something necessary such as a law) ให้ใช้ have to
Example:
In England, you have to drive on the left-hand side of the road.
ในประเทศอังกฤษ คุณจะต้องขับรถทางซ้ายมือของถนน
We have to be quiet because it is the rule here.
เราจะต้องเงียบเพราะเป็นกฎของที่นี่
ส่วนการที่เราใช้รูปปฏิเสธของ have to ได้แก่ dont (= do not) have to และ doesnt (= does not) have to เพื่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้นๆ (to tell someone that something is not necessary)
Example:
You dont have to wash this shirt. It isnt dirty.
คุณไม่จำเป็นต้องซักเสื้อเชิ้ตตัวนี้ มันไม่สกปรก


ตารางสรุปการใช้ has to / have to  ตามรูปประโยค

ประเภท
โครงสร้างประโยค
ประโยคใช้
has to / have to
เปรียบเทียบ
Present Simple
ประโยคบอกเล่า
(He,She,It) + has to + verb
She has to cook.
(เธอต้องปรุงอาหาร)
She cooks.
(เธอปรุงอาหาร)

(They,We,You,I) + have to + verb
They have to play football.
(พวกเขาต้องเล่นฟุตบอล)
They play football.
(พวกเขาเล่นฟุตบอล)
ประโยคปฏิเสธ
(He,She,It) + does not หรือ doesnt + have to
She does not have to cook. หรือ
She doesn
t have to cook.  
(เธอไม่ต้องปรุงอาหาร) 
She does not cook.
หรือ
She doesn
t cook.
(เธอไม่ปรุงอาหาร)

(They,We,You,I) + do not หรือ dont + have to
They do not have to play football. หรือ
They don
t have to play football.  
(พวกเขาไม่ต้องเล่นฟุตบอล) 
They do not play football. หรือ
They don
t play football.

(พวกเขาไม่เล่นฟุตบอล)
ประโยคคำถาม
Does + (he, she, it) + have to + ?
Does she have to cook?
(เธอต้องปรุงอาหารไหม)
Does she cook?
(เธอปรุงอาหารไหม)

Do + (they, we, you, I) + have to + ?
Do they have to play football?
(พวกเขาต้องเล่นฟุตบอลไหม)
Do they play football?

(พวกเขาเล่นฟุตบอลไหม)

ข้อสังเกต: การใช้ has to เราใช้เฉพาะประโยคบอกเล่าที่มีประธานเป็นเอกพจน์เท่านั่นค่ะ นอกนั้นใช้ have to

Adverbs of Time คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา
 Adverbs of Time คือ คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา เป็นคำซึ่งใช่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ต่างๆว่าเกิดขึ้นเมื่อไรหรือ ใช้เวลานานเท่าใด ยกตัวอย่างคำเช่น

after (หลังจาก)
already (เรียบร้อยแล้ว)
before (ก่อน)
early (เร็วกว่า,แต่เช้า,ตอนต้น)
eventually (ในขั้นสุดท้าย,ท้ายที่สุด)
every week (ทุกๆสัปดาห์)
finally (ในที่สุด)
immediately (โดยกะทันหัน,โดยทันที,เดี๋ยวนี้)
just (เพิ่ง,เพิ่งจะ)
last (ครั้งสุดท้าย,หลังสุด)
next (ถัดไป)

now (ตอนนี้)
once (ครั้งเดียว,หนหนึ่ง)
recently (เมื่อเร็วๆนี้)
sometime (แต่ก่อน)
soon (ในเร็วๆนี้)
still (ยังคง)
then (เวลานั้น, หลังจาก,นอกจากนี้)
today (วันนี้)
tonight  (คืนนี้)
yesterday (เมื่อวาน)
this year (ปีนี้)



การใช้งานและตำแหน่งการวาง Adverbs of Time

            1. โดยส่วนมากนิยมวาง Adverbs of Time ไว้ตรงท้ายประโยด ยกตัวอย่างเช่น
I will go to the party tomorrow. (ฉันจะไปงานปาร์ตี้พรุ่งนี้)
Tim works so hard today. (ทิมทำงานหนักมากวันนี้)
 2. เราสามารถย้ายตัว Adverbs of Time มาวางหน้าประโยคโดยที่ความหมายเหมือนเดิม และต้องมีคอมม่า “’,เป็นตัวกั้น ยกตัวอย่างเช่น
Immediately, he shouts at me. (ทันทีทันใดนั้น เขาได้ตะโกนใส่ฉัน)
 3. คำบางคำใน Adverbs of Time บางคำ เช่น now, then, once, finally, eventually นั้นสามารถที่จะวางหน้าคำกริยาได้ ยกตัวอย่างเช่น
I eventually discover the solution for this complex question.
(ในท้ายที่สุดฉันก็พบวิธีแก้ไขสำหรับคำถามที่ซับซ้อนข้อนี้)

Adverbs of Frequency: กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่
Adverbs of Frequency คือ กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่ โดยเราจะนำ Adverbs of Frequency มาช่วยในการบ่งบอกถึงความบ่อยหรือความถี่ (how often) ของเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งคำเหล่านี้นั้นมีอยู่มากมาย โดยที่มักเห็นได้ทั่วไป นั่นก็คือ
always
เป็นประจำ, อย่างสม่ำเสมอ
often
บ่อยๆ
frequently
บ่อยๆ
usually
โดยปกติ
sometimes
บางครั้ง
mostly
โดยส่วนใหญ่
normally
โดยปกติแล้ว
generally
โดยทั่วไป
repeatedly
ซ้ำไปซ้ำมา
occasionally
ในบางโอกาส
*seldom
ไม่ค่อยจะ, นานๆครั้ง
*hardly
แทบจะไม่
*barely
แทบจะไม่
*rarely
แทบจะไม่
*scarcely
แทบจะไม่
*never
ไม่เคย