การใช้ has
to / have to + Verb
Use have
to to express necessity. Use don’t / doesn’t have to to express lack of necessity.
(ใช้
have to แสดงความจำเป็นต้องทำและ ใช้ don’t / doesn’t have to เพื่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำ)
·
Uses have to For the Present, Past and Future (การใช้
have to เพื่อบอกสิ่งที่ต้องทำ/ไม่ต้องทำ
ในปัจจุบันอดีต และในอนาคต)
Affirmative (ประโยคบอกเล่า)
|
Negative (ประโยคปฏิเสธ)
|
Present
|
Present
|
I have
to go to the dentist today.
ฉันต้องไปหาหมอวันนี้ ,วันนี้ฉันต้องไปหาหมอ
He has to clean the kitchen.
เขาต้องทำความสะอาดครัว
She
has to clean the room.
หล่อนต้องทำความสะอาดห้อง
|
I don’t have to go to the dentist today.
ฉันไม่ต้องไปหาหมอฟันวันนี้,
วันนี้ฉันไม่ต้องไปหาหมอฟัน
He doesn’t have to clean the kitchen.
เขาไม่ต้องทำความสะอาดครัว
She doesn’t have to clean the room.
หล่อนไม่ต้องทำความสะอาดห้อง
|
Future
|
Future
|
I have
to do the laundry tomorrow.
ฉันต้องซักเสื้อผ้าพรุ่งนี้,
พรุ่งนี้ฉันต้องซักเสื้อผ้า
|
I don’t have to do the laundry
tomorrow.
ฉันไม่ต้องซักเสื้อผ้าพรุ่งนี้,
พรุ่งนี้ฉันไม่ต้องซักเสื้อผ้า
|
Past
|
Past
|
I had to go to the
dentist yesterday.
ฉันต้องไปหาหมอฟันเมื่อวานนี้
|
I didn’t have to go to the
dentist yesterday.
ฉันไม่ต้องไปหาหมอฟันเมื่อวานนี้
|
หมายเหตุ: Uses have to For the Past
or Future (การใช้
have to เพื่อบอกสิ่งที่ต้อง/ไม่ต้องทำ
ในอดีต) โดยใช้ Adverbs of Time คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลาในอดีต หรืออนาคต
ตัวอย่างการใช้ Has to / Have to + Verb
1.
have to พูดถึงความจำเป็นที่มาจากภายนอก
บางทีอาจจะเพราะว่ากฎหมาย กฎระเบียบหรือเป็นข้อตกลง
Example:
You have to take off your shoes before going inside the temple.
(คุณต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าไปในวัด)
2.
have to ใช้กับกฎเกณฑ์หน้าที่และใช้กับพวกข้อบังคับ
ที่ทำให้เราจำเป็นต้องทำ ตามกฎเกณฑ์ของสังคม
Example:
“When you go to the theater you have to off your mobile”
เวลาคุณเข้าไปดูหนังในโรงภายนตร์คุณต้องปิดมือถือ
(บางครั้งคุณอาจจะลืมปิดหรือตั้งใจไมปิด มือถือ ซึ่งก็ไม่ได้ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
แต่ในทางกฎเกณฑ์ทางสังคมนั้นคุณต้องปิด ถือเป็นมารยาททางสังคม
(มีสังคมเป็นตัวบังคับให้คุณต้องทำ)
3.
have to ถ้าทำเป็นปฏิเสธหรือคำถามต้องใช้
Verb to do เข้าช่วย
Example:
You do not have to buy a
new bicycle. คุณต้องซื้อจักรยานใหม่
Do you have to
buy a new car? คุณต้องซื้อรถยนต์คันใหม่ใช่ไหม
I have to wear
glasses for reading. ฉันต้องใส่แว่นตาเพื่อการอ่าน
I have to sleep
at 21.00. ฉันต้องนอนตอนสามทุ่ม
You don’t have to tell Tom what happened. I
can tell him myself. คุณต้องไม่บอกทอมว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันสามารถบอกเขาได้เอง
สรุปได้ว่า have to ใช้เพื่อแสดงความจำเป็น (necessity) ในการ
กระทำสิ่งหนึ่งๆ หากสถานการณ์เป็นตัวทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องทำสิ่งนั้นอาทิ
มีกฎข้อบังคับให้ปฏิบัติ (the situation makes something
necessary such as a law) ให้ใช้ have
to
Example:
In England, you have to
drive on the left-hand side of the road.
ในประเทศอังกฤษ คุณจะต้องขับรถทางซ้ายมือของถนน
We have to be quiet because
it is the rule here.
เราจะต้องเงียบเพราะเป็นกฎของที่นี่
ส่วนการที่เราใช้รูปปฏิเสธของ
have to ได้แก่
don’t (= do not) have to
และ doesn’t (= does not) have to เพื่อบอกว่าไม่จำเป็นต้องทำสิ่งนั้นๆ
(to tell someone that something is
not necessary)
Example:
You don’t have to
wash this shirt.
It isn’t dirty.
คุณไม่จำเป็นต้องซักเสื้อเชิ้ตตัวนี้ มันไม่สกปรก
ตารางสรุปการใช้ has to / have to ตามรูปประโยค
ข้อสังเกต: การใช้ has to เราใช้เฉพาะประโยคบอกเล่าที่มีประธานเป็นเอกพจน์เท่านั่นค่ะ นอกนั้นใช้ have
to
|
Adverbs of Time คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา
Adverbs of Time คือ คำกริยาวิเศษณ์บอกเวลา
เป็นคำซึ่งใช่บ่งบอกถึงเหตุการณ์ต่างๆว่าเกิดขึ้นเมื่อไรหรือ ใช้เวลานานเท่าใด ยกตัวอย่างคำเช่น
|
after (หลังจาก)
already (เรียบร้อยแล้ว)
before (ก่อน)
early (เร็วกว่า,แต่เช้า,ตอนต้น)
eventually (ในขั้นสุดท้าย,ท้ายที่สุด)
every week (ทุกๆสัปดาห์)
finally (ในที่สุด)
immediately (โดยกะทันหัน,โดยทันที,เดี๋ยวนี้)
just (เพิ่ง,เพิ่งจะ)
last (ครั้งสุดท้าย,หลังสุด)
next (ถัดไป)
|
now (ตอนนี้)
once (ครั้งเดียว,หนหนึ่ง)
recently (เมื่อเร็วๆนี้)
sometime (แต่ก่อน)
soon (ในเร็วๆนี้)
still (ยังคง)
then (เวลานั้น,
หลังจาก,นอกจากนี้)
today (วันนี้)
tonight (คืนนี้)
yesterday (เมื่อวาน)
this year (ปีนี้)
|
การใช้งานและตำแหน่งการวาง Adverbs of Time
1. โดยส่วนมากนิยมวาง Adverbs of Time ไว้ตรงท้ายประโยด ยกตัวอย่างเช่น
I will go to the party tomorrow. (ฉันจะไปงานปาร์ตี้พรุ่งนี้)
Tim works so hard today. (ทิมทำงานหนักมากวันนี้)
2. เราสามารถย้ายตัว Adverbs of Time มาวางหน้าประโยคโดยที่ความหมายเหมือนเดิม
และต้องมีคอมม่า “’,” เป็นตัวกั้น ยกตัวอย่างเช่น
Immediately, he shouts at me. (ทันทีทันใดนั้น เขาได้ตะโกนใส่ฉัน)
3. คำบางคำใน Adverbs of Time บางคำ
เช่น now, then, once, finally, eventually นั้นสามารถที่จะวางหน้าคำกริยาได้ ยกตัวอย่างเช่น
I eventually discover the solution for this complex question.
(ในท้ายที่สุดฉันก็พบวิธีแก้ไขสำหรับคำถามที่ซับซ้อนข้อนี้)
Adverbs of Frequency: กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่
Adverbs of Frequency คือ กริยาวิเศษณ์แสดงความถี่ โดยเราจะนำ Adverbs of Frequency มาช่วยในการบ่งบอกถึงความบ่อยหรือความถี่ (how often)
ของเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งคำเหล่านี้นั้นมีอยู่มากมาย โดยที่มักเห็นได้ทั่วไป
นั่นก็คือ
always
|
เป็นประจำ, อย่างสม่ำเสมอ
|
often
|
บ่อยๆ
|
frequently
|
บ่อยๆ
|
usually
|
โดยปกติ
|
sometimes
|
บางครั้ง
|
mostly
|
โดยส่วนใหญ่
|
normally
|
โดยปกติแล้ว
|
generally
|
โดยทั่วไป
|
repeatedly
|
ซ้ำไปซ้ำมา
|
occasionally
|
ในบางโอกาส
|
*seldom
|
ไม่ค่อยจะ, นานๆครั้ง
|
*hardly
|
แทบจะไม่
|
*barely
|
แทบจะไม่
|
*rarely
|
แทบจะไม่
|
*scarcely
|
แทบจะไม่
|
*never
|
ไม่เคย
|